การบอกวันที่ในภาษาไทย
การบอกวันที่ในภาษาไทย 
กาน บอก วัน-ที่ ไน พา-สา ไท

ประเทศไทยใช้ปฏิทินสุริยคติแบบเดียวกับตะวันตก แต่นับปีเป็นพุทธศักราช (พ.ศ.) ซึ่งมากกว่าคริสต์ศักราช (ค.ศ.) อยู่ 543 ปี ชื่อวัน ชื่อเดือน กระทั่งชื่อฤดู ล้วนเข้ามาพร้อมกับศาสนาฮินดูและพุทธ ต่อมารัชกาลที่ 5 ทรงใช้คลังคำเดียวกันนี้เมื่อทรงเริ่มปรับปฏิทินไทยเข้าสู่ระบบสุริยคติแบบตะวันตก โดยยังคงใช้ชื่อดั้งเดิมไว้ ไทยยังมีปฏิทินจันทรคติด้วย แต่ไม่ได้ใช้ระบุวันที่ในชีวิตประจำวัน



พูดวันที่นี้เป็นภาษาไทย
คลิกวันในปฏิทิน หรือป้อนวันที่ในช่อง เพื่อดูวันที่นั้นเป็นภาษาไทย คลิก ‘วันสุ่ม’ เพื่อสุ่มวันโดยซ่อนคำอ่านไว้ ใช้ทดสอบตัวเองได้ ส่วนปุ่ม ‘ฟังและดู’ จะแสดงคำอ่าน
November (2026 / 2569)
อา. 
Sun
จ. 
Mon
อ. 
Tue
พ. 
Wed
พฤ. 
Thu
ศ. 
Fri
ส. 
Sat
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930


ฝึกจำ วันสุ่ม มาตรฐาน
วันที่ในไทยมักใช้เลขไทย ลองเล่นลากเส้นเลขไทย เพื่อฝึกอ่าน




วันในสัปดาห์

สัปดาห์เจ็ดวันสืบรากมาจากบาบิโลนโบราณเช่นเดียวกับของตะวันตก ชื่อวันจึงตรงกัน คือตั้งตามดาวและเทพประจำดาวดวงนั้น เรียงลำดับเดียวกัน

แต่ละวันยังมีสีประจำวันด้วย สีนั้นเป็นสีของเทพประจำวัน ไม่ใช่ของตัววันเอง และคนไทยบางส่วนยังนิยมแต่งตัวตามสีนั้นในวันที่ตรงกัน

หมายเหตุ: เทพทางโหราศาสตร์มีทั้งหมดเก้าองค์ ที่แสดงไว้นี้มีเฉพาะองค์ที่เกี่ยวข้องกับชื่อวันโดยตรง

ชื่อวัน
ตัวย่อ
ดาวประจำวัน
เทพประจำวัน
สีประจำวัน
วันอาทิตย์  
[วัน-อา-ทิด]
อา. ดวงอาทิตย์  
[ดวง อา-ทิด]
พระอาทิตย์  
[พฺระ อา-ทิด]
สีแดง  
[สี-แดง]
วันจันทร์  
[วัน-จัน]
จ. ดวงจันทร์  
[ดวง จัน]
พระจันทร์  
[พฺระ จัน]
สีเหลือง  
[สี-เหฺลือง]
วันอังคาร  
[วัน-อัง-คาน]
อ. ดาวอังคาร  
[ดาว อัง-คาน]
พระอังคาร  
[พฺระ อัง-คาน]
สีชมพู  
[สี-ชม-พู]
วันพุธ  
[วัน-พุด]
พ. ดาวพุธ  
[ดาว พุด]
พระพุธ  
[พฺระ พุด]
สีเขียว  
[สี-เขียว]
วันพฤหัสบดี  
[วัน-พะ-รึ-หัด-สะ-บอ-ดี]
พฤ. ดาวพฤหัสบดี  
[ดาว พะ-รึ-หัด-สะ-บอ-ดี]
พระพฤหัสบดี  
[พฺระ พะ-รึ-หัด-สะ-บอ-ดี]
สีส้ม  
[สี-ส้ม]
วันศุกร์  
[วัน-สุก]
ศ. ดาวศุกร์  
[ดาว สุก]
พระศุกร์  
[พฺระ สุก]
สีฟ้า  
[สี-ฟ้า]
วันเสาร์  
[วัน-เสา]
ส. ดาวเสาร์  
[ดาว เสา]
พระเสาร์  
[พฺระ เสา]
สีม่วง  
[สี-ม่วง]




เดือนในปี

ไทยใช้ปฏิทินจันทรคติมาก่อน จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 ทรงเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินสุริยคติเมื่อ พ.ศ. 2431 โดยเริ่มใช้จริงในเดือนเมษายนปีถัดมา ชื่อเดือนทั้งสิบสองเป็นผลงานของพระอนุชาต่างพระมารดา คือ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ซึ่งทรงคิดขึ้นจากชื่อราศีเดิมที่เข้ามาพร้อมกับศาสนาฮินดูและพุทธ โดยตั้งตามราศีที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่านในเดือนนั้น

ราศีทั้งสิบสองนี้แทบจะเป็นกลุ่มดาวชุดเดียวกับที่ตะวันตกใช้ เพราะทั้งสองฝ่ายรับมาจากดาราศาสตร์บาบิโลนผ่านทางกรีก

ชื่อเดือนยังบอกจำนวนวันด้วย เดือนที่ลงท้ายด้วย -คม   [คม] มี 31 วัน เดือนที่ลงท้ายด้วย -ยน   [ยน] มี 30 วัน กุมภาพันธ์   [กุม-พา-พัน] ซึ่งลงท้ายด้วย -พันธ์   [พัน] มี 28 วัน (ปีอธิกสุรทินมี 29 วัน) ในภาษาพูดมักตัดส่วนท้ายออก เหลือแต่ต้นชื่อ เช่น มกรา กุมภา มีนา ... ธันวา

เดือนที่
ชื่อเดือน
ตัวย่อ
จำนวนวัน
ที่มา
1 มกราคม  
[มะ-กะ-รา-คม]
ม.ค. 31 มกร  
[มะ-กะ-ระ]
+อาคม  
[อา-คม]
2 กุมภาพันธ์  
[กุม-พา-พัน]
ก.พ. 28 / 29 กุมภ  
[กุม-พะ]
+อาพันธ์  
[อา-พัน]
3 มีนาคม  
[มี-นา-คม]
มี.ค. 31 มีน  
[มี-นะ]
+อาคม  
[อา-คม]
4 เมษายน  
[เม-สา-ยน]
เม.ย. 30 เมษ  
[เม-สะ]
+อายน  
[อา-ยน]
5 พฤษภาคม  
[พฺรึด-สะ-พา-คม]
พ.ค. 31 พฤษภ  
[พฺรึด-สะ-พะ]
+อาคม  
[อา-คม]
6 มิถุนายน  
[มิ-ถุ-นา-ยน]
มิ.ย. 30 มิถุน  
[มิ-ถุ-นะ]
+อายน  
[อา-ยน]
7 กรกฎาคม  
[กะ-ระ-กะ-ดา-คม]
ก.ค. 31 กรกฎ  
[กะ-ระ-กะ-ดะ]
+อาคม  
[อา-คม]
8 สิงหาคม  
[สิง-หา-คม]
ส.ค. 31 สิงห  
[สิง-หะ]
+อาคม  
[อา-คม]
9 กันยายน  
[กัน-ยา-ยน]
ก.ย. 30 กันย  
[กัน-ยะ]
+อายน  
[อา-ยน]
10 ตุลาคม  
[ตุ-ลา-คม]
ต.ค. 31 ตุล  
[ตุ-ละ]
+อาคม  
[อา-คม]
11 พฤศจิกายน  
[พฺรึด-สะ-จิ-กา-ยน]
พ.ย. 30 พฤศจิก  
[พฺรึด-สะ-จิ-กะ]
+อายน  
[อา-ยน]
12 ธันวาคม  
[ทัน-วา-คม]
ธ.ค. 31 ธนู  
[ทะ-นู]
+อาคม  
[อา-คม]




ฤดูกาล

ประเทศไทยมีสามฤดู ไม่ใช่สี่ ในภาษาพูดจะได้ยินคำว่า หน้า   [น่า] บ่อยกว่าคำว่า ฤดู   [รึ-ดู] ช่วงเวลาข้างล่างนี้เป็นเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ส่วนในความเป็นจริง ฝนก็มาเมื่อฝนจะมา ส่วนทางภาคใต้แทบจะมีแค่สองฤดู คือ หน้าร้อนกับหน้าฝน เพราะแทบไม่มีหน้าหนาว

ภาษาเขียน
ภาษาพูด
ช่วงเวลา
ฤดูร้อน  
[รึ-ดู ร้อน]
หน้าร้อน  
[น่า-ร้อน]
กลางเดือนกุมภาพันธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม
ฤดูฝน  
[รึ-ดู ฝน]
หน้าฝน  
[น่า-ฝน]
กลางเดือนพฤษภาคม - กลางเดือนตุลาคม
ฤดูหนาว  
[รึ-ดู หฺนาว]
หน้าหนาว  
[น่า-หฺนาว]
กลางเดือนตุลาคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์




พุทธศักราช

พุทธศักราชนับจากปีปรินิพพานของพระพุทธเจ้า การแปลงจึงง่ายมาก คือ ค.ศ. + 543 = พ.ศ. ปีงบประมาณและวันขึ้นปีใหม่เคยเริ่มในเดือนเมษายน จนกระทั่ง พ.ศ. 2484 จึงย้ายมาเริ่มวันที่ 1 มกราคม




วลีสำคัญ

สรุปวลีที่ใช้บ่อยในการพูดถึงวันที่ ตัวอย่างทั้งหมดยกจากวันที่ของวันนี้

  • คำเรียกวันและเดือนรอบ ๆ ตอนนี้:
  • ถามวันที่: วันนี้วันที่เท่าไร   [วัน-นี้ วัน-ที่ เท่า-ไร] คำตอบของวันนี้คือ วันนี้วันที่ 1   [วัน-นี้ วัน-ที่ หฺนึ่ง]
  • ถามวันในสัปดาห์: วันนี้วันอะไร   [วัน-นี้ วัน อะ-ไร] วันนี้คือ วันนี้วันอาทิตย์   [วัน-นี้ วัน-อา-ทิด]
  • ที่   [ที่] หน้าตัวเลขเป็นคำบอกลำดับที่ ส่วน วันที่   [วัน-ที่] หมายถึงวันในปฏิทิน
  • ในภาษาพูดมักตัดชื่อวันและปีออก เหลือเพียงวันที่กับเดือน เช่น ที่ 1 พฤศจิกายน   [ที่ หฺนึ่ง พฺรึด-สะ-จิ-กา-ยน]
  • รูปเต็ม เรียงเป็น ชื่อวัน วันที่ เดือน ปี: วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569   [วัน-อา-ทิด ที่ หฺนึ่ง พฺรึด-สะ-จิ-กา-ยน พอ สอ สอง-พัน-ห้า-ร้อย-หก-สิบ-เก้า] โดยตัวเลขวันที่มาก่อนชื่อเดือนเสมอ
  • เวลาเขียน จะขึ้นต้นด้วยวันที่ แล้วตามด้วยเดือน (มักใช้ตัวย่อ เช่น พ.ย. ย่อจาก พฤศจิกายน   [พฺรึด-สะ-จิ-กา-ยน]) แล้วจึงเป็นปีพุทธศักราช บางครั้งเขียนเพียงสองหลักท้าย เช่น 1 พ.ย. 2569 หรือ 1 พ.ย. 69 แบบตัวเลขล้วนเรียง วัน/เดือน/ปี เช่น 1/11/2569 หรือเลขไทย ๑/๑๑/๒๕๖๙ ส่วนปีคริสต์ศักราช (ค.ศ.) ใช้เป็นหลักในบริบทระหว่างประเทศ

หากต้องการฝึกชื่อวันและชื่อเดือน ใช้ปฏิทินฝึกพูดด้านบนของหน้า ปุ่ม ‘วันสุ่ม’ จะซ่อนคำตอบไว้ให้ลองทายเอง





ดูเพิ่ม